Article

« back to Articles

“เรื่องในรูหู”

 เรื่องในรูหู

                                         โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4

หากใครจะมองข้ามเรื่องความสำคัญของหู อันนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า ท่านได้มองข้ามสิ่งสำคัญที่ก่อกวนความสุขสบายของสัตว์เลี้ยงที่บ้านไปแล้ว... เพราะโรคในหู มักเป็นโรคที่เรื้อรัง เกิดแล้วเป็นแล้วรักษาให้หายขาดยาก โดยเฉพาะ ถ้าเกิดในหูส่วนกลางและหูส่วนใน การรักษาย่อมต้องใช้เวลาและการดูแลจากเจ้าของอย่างใกล้ชิด วันนี้จึงอยากมาแนะนำเรื่องโรคสำคัญที่จะเกิดขึ้นได้จาก ในรูหู ของสัตว์เลี้ยงว่า มีอะไรบ้างดังนี้

ก่อนอื่นมาทบทวนกันก่อนว่าหูของสุนัขประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ??

โครงสร้างในหู  ประกอบไปด้วย

1.      ใบหู (pinna)

2.      รูหูด้านนอก (external  ear  canal)

3.      เยื่อแก้วหู (tympanic  membrane)

4.      หูชั้นกลาง  (middle  ear)  ประกอบด้วย  malleus,  incus,  stapes

5.      หูชั้นใน  (inner  ear)  ประกอบด้วย  vestibule,  cochlea,  semicircular  canals

จะเห็นว่าโครงสร้างในหูของสุนัขมีความซับซ้อนมากกว่าที่เราๆคิดไว้ และสุนัขบางสายพันธุ์ที่โน้มนำให้เกิดโรคในหู คือพันธุ์ที่มีใบหูใหญ่และตกลงมาปกปิดรูหู เช่น ค๊อกเกอร์,  ชิสุห์,  บาสเซทฮาวน์ เป็นต้น ทำให้การระบายน้ำในรูหูทำได้ยากขึ้น เกิดความอับชื้นได้ง่าย จึงเป็นบ่อเกิดของการเกิดหูอักเสบ (otitis) ตามมาโดยง่าย   เรามาดูกันดีกว่าว่าสาเหตุของการเกิดหูอักเสบเบื้องต้น  มีอะไรกันบ้าง และจะมีวิธีแก้ไขยังไง

สาเหตุหลักในการเกิดโรคในหู (primary  causes)

1.      จากพาราไซต์ที่อยู่ในหู Parasite  (Otodectes  cynotis)  คือ  ตัวไรในหู  เพราะความสกปรก อับชื้น ไม่ได้ทำความสะอาด จะพบบ่อยมากในลูกสุนัขมากกว่าสัตว์โต  ทำให้เกิดอาการคันหู  เกามาก บางตัวเการุนแรงจนใบหูบวมน้ำ (aural  hematoma)  และบางตัวก็จะพบมีขี้หูสีดำเกรอะกรังเป็นจำนวนมากในรูหู หน้าตาของเจ้าไรในหูเป็นแบบนี้  (จะพบได้ต้องส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น) แต่ถ้ามองด้วยตาเปล่า คนที่สายตาดีๆ อาจมองเห็นการเคลื่อนไหวของตัวไรได้ หากสังเกตุดีๆ

 

2.   จากการเกิดภาวะภูมิแพ้โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นโรคผิวหนัง  (Hypersensitivity  and  allergy) โดยพบว่า มีการอักเสบผิวหนังตามตัว และพบว่ามักมีหูอักเสบร่วมด้วย

·         ภาวะภูมิแพ้ตัวเอง   ( Canine Atopy Disease)  :  พบอยู่ประมาณ 55% ในสุนัขที่เป็นผิวหนัง

·         ภาวะแพ้อาหาร  (Food  intolerance)  :  พบอยู่ประมาณ 80% ที่มักมีหูอักเสบร่วมด้วย

3.                  ความผิดปกติในขบวนการสร้างชั้น keratin / ชั้นไขมัน  เช่น  โรคต่อมไร้ท่อ (endocrine  disease) ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในหูเพิ่มมากขึ้น โน้มนำให้เกิดการอักเสบตามมา

4.                  การเกิดหูอักเสบโดยไม่รู้สาเหตุ  (Idiopathic  hyperplastic  otitis)  มักพบในสุนัขพันธุ์  cocker  spaniel เป็นต้น

 

ปัจจัยโน้มนำที่ทำให้เกิดหูอักเสบ (predisposing  factor)

1.      ความผิดปกติทางโครงสร้างของหูของสัตว์ตัวนั้นเอง เช่น

·         รูหูมีขนาดเล็ก/แคบ  เช่น  สุนัขพันธุ์  chowchow,  sharpie

·         สุนัขพันธุ์หน้าสั้น bulldog, Pug

·         การผลิตชั้นไขมันที่เยอะเกินไป  เช่น  พันธุ์ English  cocker,  Labrador

2.                  การได้รับสิ่งแวดล้อมที่เปียก  หรืออุ่นมากเกินไป  เช่น  การพาไปว่ายน้ำ  การไปกรูมมิ่ง อาบน้ำ แล้วไม่ได้ทำความสะอาดเช็ดหูให้แห้ง เกิดความอับชื้น  เกิดการอักเสบในรูหูตามมา

3.                  การทำความสะอาดในหูด้วย cotton swab บางครั้งการเช็ดหูด้วยสำลี อาจมีอันตราย ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี เพราะใยจากสำลี อาจพลัดลงไปติดในหูภายในได้ หรือ การเช็ดอาจเป็นการผลักดันสิ่งสกปรกที่ควรเอาออกมา กลับลงไปอยู่ภายในลึกลงไป  จึงทำให้กลายเป็นโรคในรูหู โดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น การทำความสะอาดด้วยการเช็ดหู จึงควรที่จะเรียนรู้วิธีที่ทำอย่างถูกต้อง

4.                  โรคที่ทำให้เกิดการอุดตัน เช่น  เนื้องอก หรือ มะเร็ง

ปัจจัยรองที่ทำให้เกิดหูอักเสบ (secondary  factors)

1.      Bacteria  แบคทีเรีย

2.      Yeast  ยิสต์  

เมื่อเราทราบถึงปัจจัยและสาเหตุที่ทำให้เกิดหูอักเสบกันแล้ว  คราวนี้เรามาดูกันดีกว่า  ว่าจะรักษาการเกิดหูอักเสบกันอย่างไรได้บ้าง

การรักษาหูอักเสบภายนอก

1.      รักษาตามปัญหาที่เกิด  เช่น  ถ้าเป็นปัญหาจากผิวหนังก็ให้รักษาผิวหนังให้หาย  แล้วหูจะหายตามมา

2.      Flush  ล้างในรูหู  นิยมใช้ในกรณีที่พบหนองในรูหู

3.      ให้ยาที่ลดการอักเสบ หรือ การติดเชื้อ

a.                  ยาหยอดหู (ear  ointment)

b.                  ยากินลดการอักเสบ

c.                  รักษาใช้เวลานาน และค่อยๆลดระดับยา

ทั้งนี้การเลือกใช้ยาในการรักษา สัตวแพทย์จะแนะนำการเพาะเชื้อแบคทีเรีย  ต้องใช้เวลาในการวินิจฉัยอย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อได้ยาปฎิชีวนะที่ตอบสนองต่อการรักษาได้รวดเร็วและถูกต้องกว่า

4.                  การผ่าตัด ในบางรายที่เป็นมานานอย่างเรื้อรัง

เจ้าของสัตว์เลี้ยงคงเริ่มมองเห็นความน่ากลัวของเรื่องในรูหูกันแล้ว  ดังนั้นเราควรจะมีการป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหากับน้องหมาเรา  ทางที่ดี ควรพาน้องมาตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง และถ้าพบปัญหาอย่างเช่น น้องมีอาการคันหู หรือมีกลิ่น และมีขี้หูผิดปกติ  ควรจะรีบพาไปพบสัตวแพทย์นะคะ ก่อนที่จะมีการลุกลามเข้าไปยังหูชั้นใน และอาการรุนแรงจนกระทั่งรักษาหายขาดได้ยาก  

หมั่นเทคแคร์ดูแลสัตว์เลี้ยง  ด้วยความปรารถนาดีจากโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4



 


 Message