Article

« back to Articles

ภาวะฟันไม่สบกัน (Malocclusion)

 
คลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4
 
 
 ท่านผู้อ่านหลายๆคน คงจะเคยเห็นกระต่ายที่มีฟันยื่นยาวออกนอกปากกันมาบ้างแล้ว เกิดจากสาเหตุโน้มนำที่เราเรียกว่า Malocclusion หรือภาวะที่ฟันไม่สบกัน

           ก่อนอื่นเราจะต้องมาทำความรู้จักกับฟันของกระต่ายกันก่อนเลย เชื่อว่าหลายๆท่าน ยังไม่ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วกระต่ายนั้นไม่ได้มีแต่ฟันหน้าอย่างที่เราเห็นกัน ยังมีฟันกรามอยู่ด้านในอีก และฟันทุกซี่ของกระต่ายนั้นยังสามารถงอกยาวได้ตลอดชีวิต เนื่องจากเป็นรากฟันแบบเปิด (Open root tooth)

       

        กระต่ายซึ่งเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Lagomorpha นั่นก็คือจะมีฟันตัดคู่ที่ 2 ด้านบน (Peg teeth) เพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้จำแนกจากสัตว์อื่นที่อยู่ในกลุ่มสัตว์ฟันแทะ และฟันนี้เองมีหน้าที่ในการสบกับฟันตัดด้านล่าง   ในส่วนของฟันด้านหน้านั้นเราจะเรียกว่าฟันตัด (Incisor teeth) จะยาว 2-2.4 มิลลิเมตรต่อสัปดาห์ ฟันด้านในที่เรามองไม่เห็นหากไม่ได้รับการตรวจจากคุณหมอนั้นก็คือ ฟันกรามเล็กและฟันกรามใหญ่ ซึ่งในกระต่ายจะเรียกรวมกันว่าฟันกราม (Cheek teeth) ยาว 3 มิลลิเมตรต่อเดือน 

 

           กลไกการเคี้ยวของกระต่ายนั้นจะเริ่มจากการใช้ริมฝีปากคาบอาหารของกระต่ายนั่นก็คือหญ้าเข้ามาในปากแล้วใช้ฟันตัดให้เป็นชิ้นพอดีคำจากนั้นจึงส่งต่อไปยังฟันกรามเพื่อบดเคี้ยวจนมีขนาดเล็กลงพอที่จะกลืนได้ ซึ่งกลไกเหล่านี้เองจะเป็นตัวที่ทำให้ฟันของกระต่ายมีการสึกอย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะฟันไม่สบกันได้

 

ปัจจัยโน้มนำที่จะทำให้พบภาวะฟันไม่สบกันนั้นจะมีด้วยกันคือ

1. เรื่องของสายพันธุ์ (Breed) หากเป็นกระต่ายพันธุ์เล็ก(Dwarf) เช่น Netherland dwarf ซึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงกันจะเป็นกระต่ายที่มีโครงสร้างของกระโหลกที่เล็กนำไปสู่ภาวะฟันไม่สบกันแต่กำเนิดและปัญหาฟันต่างๆ ได้

2. ความเหมาะสมของอาหารที่กิน หากกินอาหารที่กระต่ายไม่ต้องใช้การบดเคี้ยวมากๆ จะทำให้ฟันกระต่ายไม่สึกและเกิดยื่นยาวได้

3. สุดท้ายคืออุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจพบได้ในกระต่ายทุกตัว

           การลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟันไม่สบกันนี้ที่แนะนำก็คือ การให้อาหารกระต่ายอย่างเหมาะสม ซึ่งหลายท่านอาจเข้าใจผิดว่ากระต่ายนั้นเป็นสัตว์ที่กินผักผลไม้ดังที่เราเคยเห็นกันในสื่อต่างๆจนชินตา แต่แท้จริงแล้วกระต่ายเป็นสัตว์ที่กินหญ้าเป็นหลัก และหญ้าที่เหมาะสมที่สุดก็จะขอแนะนำว่าเป็นหญ้าแห้งชนิดต่าง ๆ ที่เหมาะสมตามวัยเนื่องจากในหญ้านั้นจะมีสารอาหารที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิด และในหญ้ายังมีกลุ่มไฟเบอร์ เช่น Silicate ,Cellulose , และ Lignin ช่วยให้เกิดการสึกของฟันที่ดี และยังช่วยให้ระบบทางเดินอาหารของกระต่ายทำงานได้ตามปกติอีกด้วย ลดการให้อาหารเม็ดที่มากเกินไป เนื่องจากมีสารอาหารสูง จะทำให้กระต่ายอิ่มและกินหญ้าน้อยลง นำไปสู่การเกิดภาวะฟันยาวและภาวะอ้วนตามมาได้

 

        หากว่ากระต่ายของท่านมีประวัติการให้ผัก ผลไม้เป็นอาหารหลักมาเป็นเวลานาน แล้วพบว่ามีฟันตัดที่ยื่นยาวออกมาผิดปกติ หรือฟันตัดอาจจะยังปกติดีแต่กระต่ายมีอาการซึม น้ำลายเยอะ ไม่ยอมแต่งตัว ไม่ยอมกินอาหาร อาจจะเป็นไปได้ว่าฟันกรามด้านในมีการทิ่มแทงกระพุ้งแก้ม หรือลิ้น ทำให้กระต่ายรู้สึกเจ็บเวลาเคี้ยว ควรจะต้องพากระต่ายมาตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อดูปัญหาฟันที่จะโน้มนำไปสู่ปัญหาอื่นที่จะตามมาได้ หรือหากมีประวัติการให้อาหารที่ดีแล้วก็สามารถมาตรวจสุขภาพช่องปากได้ทุก 1-3 เดือนนะครับ... หมั่นเทคแคร์ดูแลสัตว์เลี้ยง...  ด้วยความปรารถนาดี  จากคลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ  โรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4 



 Message